เทศบาลนครขอนแก่น

3/3 ถ.ประชาสำราญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

คำปรารภของเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

Posted by uemkkmuni บน ธันวาคม 24, 2009

คำปรารภของ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

          ในวโรกาสที่เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับทางหน่วยงานราชการ และประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นได้ิจัดทำโครงการบูรณะพัฒนาศาลหักเมืองขอนแก่นที่ซึ่งบรรพบุรุษได้สร้างสรรค์จัดตั้งเป็นหลักบ้านหลักเมืองมาแต่โบราณนานปีทำให้เครื่องทัพพสังขรณ์ให้มั่นคงและเป็นสง่าสวยงามสมกับนามว่า “นครขอนแก่นเมืองหลักของภาคอีสาน” การทั้งนี้เพื่อน้อมถวายผลแห่งความเป็นสิริมงคลอันเกิดจากพลังแห่งความสามัคคีของชาวจังหวัดขอนแก่นถวายเป็นพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ปี ๒๕๕๐ นี้นับว่าเป็นมหากุศลอันประเสริฐยิ่ง

          ศาลหลักเมือง แยกออกเป็น ๒ คำ คือ ศาล หมายถึง ที่เทพารักษ์สถิต  ส่วนคำว่า “หลัก” ได้แก่ เสาที่ปักไว้เป็นเครื่องอาศัย เครื่องยึดหนี่ยวจิตใจ คำว่า ศาลหลักเมือง ก็คือ เสาที่ปักไว้เทพารักษ์สถิตเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านชาวเมืองเป็นหลักชัยเป็นที่รวมจิตใจของชาวบ้านชาวเมือง เป็นประหนึ่งหัวใจของเมืองเป็นเครื่องแสดงหลักฐานที่พักพิงอาศัยของชาวบ้านชาวเมือง

          การเคารถบูชาหลักเมืองเป็นความนิยมกระทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษบูรพการมาเป็นเวลาช้านานดังคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า “เกรงผีเฒ่าเกรงเจ้ายืน” หมายความว่า ถ้ายำเกรงผีอยู่ได้จนแก่เฒ่า ถ้ายำเกรงเจ้าก็อยู่ได้นาน คำว่า ผี เป็นคำนามหมายถึงคนที่ตายไปแล้ว หรือสิ่งที่มีสภาวะเกินคน ผีอำ เป็นคำกิริยา หมายถึง อาการที่ปรากฎเเมื่อเวลานอนเคลิ้มไปว่ามีคนปลุกปล้ำ หรือยึกคร่าให้มีอาการเหนื่อยหอบจนตื่นขึ้น ฉะนั้น โบราณท่านจึงสอนให้ไหว้พระทำจิตใจให้สบายก่อนนอน และอย่าเอามือค้างหน้าอก อย่านอนหงาย ผีจะอำ

          ส่วนคำว่า เจ้า เป็นคำนาม หมายถึงผู้ใหญ่ เช่น เจ้่าเมือง ก็คือผู้เป็นผู้ใหญ่ของเมือง, พระพุทธเจ้า คือ เป็นผู้เป็นใหญ่ของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน, เจ้าพ่อหลักเมือง หมายถึง เทพารักษ์เทพตนเป็นใหญ่ของเมือง, คำว่า เกรง เป็นคำวิเสสนะ ได้แก่ กิริยาอาการ กลัว ขยาด ขาม, ไม่กล้า หมายถึง การมีความกลัว ขยาด ขาม ไม่กล้าล่วงล้ำด้วยการกระทำ การพูด ตลอดถึงการคิดในทางที่ไม่ดีไปในที่นั้นๆ

          สถานท่ี่มีความสำคัญมาก เช่น สถานที่ที่เราจะยืน จะนั่ง จะนอน ตลอดถึงสถานที่ที่จะอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง หรือสถานที่ที่เราจะประกอบกิจการค้าหรือการอะไรๆ ก็ตาม โบราณได้สอนไว้ว่า ให้ดูที่ดูทางให้ดี เช่นท่านสอนไว้ว่า

          ทิศตะวันออกเป็น       สุขัง

          ทิศตะวันตกเป็น         หีนัง

          ทิศเหนือเป็น             ลาภัง

          ทิศใต้เป็น                 มรณัง

          โดยนัยยะคำสอบโบราณนี้มีอธิบายดังนี้

          ทิศตะวันออกเป็นสุขัง คือ ความสบาย ความสำราญ หมายความว่า ดี การที่เราจะสร้างบ้านผินหน้าบ้านไปทางทิศตะวันออก แดดก็จักไม่สาดแสงเข้าบ้านเราตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ อากาศดี

          ทิศตะวันตกเป็นหีนัง คือ เลว ทราม ต่ำช้า หมายความว่า ไม่ดี การที่เราจะสร้างบ้านผินหน้าบ้านไปทางทิศตะวันตก แดดก็จักสาดแสงเข้าบ้านเราตั้งแต่บ่ายถึงค่ำไม่ดี มีวิธีแก้ไข คือ ปลูกต้นไม่หรือทำกันสาดหรือเพิงแขนนางกันแดด บรรยากาศนั้นก็จักดี

          ทิศเหนือเป็นลาภัง คือ ของที่ได้มาอย่างงามโดยไม่ได้คิดคาด หรือ ของที่ได้ การได้ หรือ กำไร เรียกว่า ลาภ หมายความว่า ดี การที่เราจะสร้างบ้านผินหน้าไปทางทิศเหนือ แดดก็จักไม่สาดแสงเข้าบ้านเราตั้งแต่เช้าถึงค่ำเลยทีเดียว อากาศดีเย็นสบายตลอดทั้งวัน

          ทิศใต้เป็นมรณัง คือ ตายการตายหมายความว่า ไม่ดี การที่เราจะสร้างบ้าน ผินหน้าบ้านไปทางทิืศใต้แดดก็จักสาดแสงเข้าบ้านเราตั้งแต่เช้าถึงค่ำเลยทีเดียว ไม่ดี มีวิธีแก้ คือ ปลูกต้นไม้หรือเพิงแขนนางกันแดดบรรยากาศนั้นก็จักดี

          นอกจากนี้ การที่เราจะประกอบกิจการอะไรๆล้วนแต่อาศัยดิน น้ำ ลม ไฟ ทั้งนั้น ของทั้ง ๔ อย่างนี้มีความสำคัญกับชีวิตและกิจการของคนเราเป็นอย่างมาก โบราณท่านจึงสอนให้เราเคารพดิน น้ำ ลม ไฟ เพราะสภาวะทั้ง ๔ อย่างนี้ ให้ทั้งคุณและทั้งโทษโดยเฉพาะอย่างยิ่งดินคือแผ่นดินนี้นั้นเกิดมานมนานนักที่ซึ่งล้วนเกิดมาจากซากศพและพืช-ต้นไม้ที่ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็สิ้นชีวิตทับถมกันเป็นดิน แม้แต่ก๊าซธรรมชาติหรือก๊าซเหลวที่มนุษย์เรานำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงานต่างๆ ในปัจจุบันนี้

          นักวิทยาศาสตร์บอกว่า นำมาจากซากศพของสัตว์ที่ตายทับถมกันอยู่ใต้บาดาลนี้ ลึกลงไปประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร จะเจาะลงที่ตรงไหนก็ได้ไม่ว่าในมหาสมุทร ทะเลหรือป่าดงพงไพร ก็จักได้ก๊าซเหลวดังกล่าวแล้ว

          เพราะฉะนั้น สถานที่ทุกแห่งเคยเป็นสถานที่สัตว์ตายและเคยเป็นหลุมฝังศพมาแล้วนั้นและโดยนัยยะพระวินัยบัญญัติก็กล่าวไว้ว่า พึงให้เข้าใจว่าสถานที่ทุกแห่งเคยเป็นพัทธสีมาเก่าเสียก่อนแล้วจึงสวดพัทธสีมาใหม่ต้องตามพระวินัยพุทธบัญญัติด้วยประการฉะนี้

          โดยประการดังกล่าวมาแล้ว หลักเมืองหรือศาลหลักเมือง จึงเป็นสิ่งสำคัญหรือเป็นสถานที่สำคัญยิ่งของบ้านเมือง เป็นปูชนียสถานของบ้านเมืองมาแต่โบราณกาลสืบทอดกันมาตราบเท่าปัจจุบันนี้ ทั้งเป็นที่สร้างสันติสุขให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองเป็นอย่างดี จะเห็นได้ในเทศกาลบุญประเพณีูบูชาศาลหลักเมืองผู้คนจะพากันไปประกอบพิธีกรรมาบำเพ็ญบุญสักการบูชาโดยวิธีนั้นๆ อย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลหลักเมืองขอนแก่น

          ศาลหลักเมืองขอนแก่น เป็นศาลที่บรรพบุรุษท่านได้เลือกสถานที่ที่เหมาะที่ควรยิ่ง ปรากฎว่ามีประชาชนให้ความเคารพนับถือยึดถือและเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก สายธารศรัทธาของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวันทุกสาขาอาชีพ เข้าสักการบูชาศาลหลักเมืองไม่ขาดสาย ถ้าจะมีคำถามว่าการที่ประชาชนให้ความเคารพบูชาศาลหลักเมือนี้นั้น เขาได้อะไร คงจะมีคำตอบว่าเขาก็คงได้ในสิ่งที่เขาการนั่นแหละ และเป็นปัจจัตตังรู้ได้เฉพาะตัวของใครของมันเหมือนกับการรับประทานอาหารที่แต่ละคนได้ลิ้มรสรับเข้าปากนั่นแหละ ฉันใด ก็ฉันนั้นฯ

          ในวโรกาสมหามงคลสมัย ปี ๒๕๕๐ นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ชาวเมืองขอนแก่นโดยนายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นเป็นประธานพร้อมด้วยคณะเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาลและเจ้าหน้าที่เทศบาล ตลอดจนคหบดี พ่อค้า ประชาชนได้ทำการบูรณปฎิสังขรณ์พัฒนาศาลหลักเมืองพร้อมบริเวณและซุ้มประตูเมืองที่ได้อัญเชิญพระพุทธพระลับพระพุทธรุปเก่าศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดธาตุประอารามหลวง จังหวัดขอนก่น จำลองขนาดสูง ๑ เมตร ๙๖ เซนติเมตร จำนวน ๒ องค์ ขึ้นประดิษฐาน ณ ฐานชุกชีหน้าจั่วทั้่ง ๒ ข้างของซุ้มประตูเมือง ตลอดถึงการพัฒนาบูรณปฏิสังขรณ์ถนนหนทาง อาคารสถานที่ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา รวมทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคอื่นๆ มากมาย เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระพรชัยมหามงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของชาวไทย

          ฉะนั้น ควรที่ปวงชนชาวไทยชาวจังหวัดขอนแก่นทั้งหมดทั้งสิ้นได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญกระทำความดีทางกาย กระทำความดีทางวาจา และกระทำความดีทางใจ ให้เป็นผลดี น้อมถวายเป็นพระพรชัยมหามงคลยิ่ง แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดชมหิตลิเบศรามาธิบดี จักรนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญด้วยพระชนมายุยิ่งยืนนานเป็นมิ่งขวัญสูงสุดของปวงชนชาวไทยตลอดนิจนิรันดร์กาล

          อนึ่งงานสมโภชศาลหลักเมืองขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่นจัดขึ้นในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราช จึงได้กำหนดจัดงานให้ยิ่งใหญ่ โดยโยงสายสิญจน์ไปตามถนนทุกสาย ปักธงตราสัญลักษณ์มหามงคลของในหลวงเชิญประชาชนทุกเพศ-ทุกวัย-ทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกนุ่งเสื้อ-ผ้าขาว หรือนุ่งเสื้อ-ผ้าเหลือง ในพิธีมหามงคลพุทธาภิเษกเจริญพระพุทธมนต์สวดพระพุทธคุณ ๑๐๘ จบ พระธรรมคุณ ๑๐๘ จบ พระสังฆคุณ ๑๐๘ จบ ในคืนวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น. แล้วเจริญสมาธิภาวนาตลอดรุ่ง ณ ศาลหลักเมืองขอนแก่น

พระเทพกิตติรังษี

เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

วัดธาตุพระอารามหลวง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: